วันเสาร์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ซองนัมแพ้ แต่ยังลิ่ว16ทีม แชมป์กลุ่มอี เอเอฟซีชปล.

ซองนัม อิลวา บุกแพ้ คาวาซากิ ฟรอนตาเล 0-3 แต่เข้ารอบ ในฐานะแชมป์กลุ่ม อี ส่วน ฟรอนตาเล ยังได้เบียดลุ้นกับ ปักกิ่ง กั๋วอัน ที่เสมอกับ เมลเบิร์น วิคตอรี 0-0 ศึกเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม เมื่อวันพุธที่ผ่านมา...

ศึกฟุตบอล เอเอฟซี แชมเปียนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ประจำวันพุธที่ 14 เม.ย.ที่ผ่านมา ผลปรากฏว่า ในกลุ่มเอ อสเตห์กาล จากอิหร่าน เฉือนชนะ อัล อาห์ลี จากซาอุดิอาระเบีย 2-1 ขณะที่ อัล การ์ราฟา จากกาตาร์ ถล่ม อัล จาซีรา จากยูเออี 4-2 ทำให้กลุ่มนี้ อสเตห์กาล กับ อัล การ์ราฟา ได้ผ่านเข้ารอบ

ส่วน กลุ่ม บี อัล เวห์ด้า จากยูเออี ชนะ โซบ อาฮาน จากอิหร่าน หวุดหวิด 1-0 ด้าน อัล อิตติฮัต จาก ซาอุดิอาระเบีย ทำอะไร บุนยอดกอร์ จากอุซเบกิสถาน ไม่ได้ เสมอกัน 1-1 ส่งผลให้กลุ่มนี้ ทั้ง โซบ อาฮาน, อัล อิตติฮัต และ บุนยอดกอร์ ยังต้องลุ้นเข้ารอบทั้ง 3 ทีม


ขณะที่ กลุ่ม อี ซองนัม อิลวา จากเกาหลีใต้ บุกไปแพ้ คาวาซากิ ฟรอนตาเล จากญี่ปุ่น เละ 0-3 แต่ทีมได้ผ่านเข้ารอบต่อไปแน่นอนแล้ว ในฐานะแชมป์กลุ่ม ส่วนชัยชนะในเกมนี้ ทำให้ ฟรอนตาเล ยังได้เบียดลุ้นเข้ารอบกับ ปักกิ่ง กั๋วอัน จากจีน ที่เสมอกับ เมลเบิร์น วิคตอรี จากออสเตรเลีย 0-0

สุดท้าย กลุ่ม เอฟ คาชิมา แอนท์เลอร์ จากญี่ปุ่น กับ ชอนบุค ฮุนได จากเกาหลีใต้ กอดคอลอยลำเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย ไปอย่างไม่ยากเย็น ก่อนหน้านี้ โดยล่าสุด แอนท์เลอร์ บุกชนะ ฉางชุน หย่าไถ จากจีน 1-0 และ ชอนบุค เปิดบ้าน ยับใหญ่ เพอร์ศรีปุระ จากอินโดนีเซีย 8-0



สรุปผลฟุตบอล เอเอฟซี แชมเปียนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ประจำวันพุธที่ 14 เม.ย.ที่ผ่านมา

กลุ่ม เอ

อสเตห์กาล (อิหร่าน) 2-1 อัล อาห์ลี (ซาอุดิอาระเบีย)
อัล การ์ราฟา (กาตาร์) 4-2 อัล จาซีรา (ยูเออี)

กลุ่ม บี
อัล เวห์ด้า (ยูเออี) 1-0 โซบ อาฮาน (อิหร่าน)
อัล อิตติฮัต (ซาอุดิอาระเบีย) 1-1 บุนยอดกอร์ (อุซเบกิสถาน)

กลุ่ม อี
เมลเบิร์น วิคตอรี (ออสเตรเลีย) 0-0 ปักกิ่ง กั๋วอัน (จีน)
คาวาซากิ ฟรอนตาเล (ญี่ปุ่น) 3-0 ซองนัม อิลวา (เกาหลีใต้)

กลุ่ม เอฟ
ฉางชุน หย่าไถ (จีน) 0-1 คาชิมา แอนท์เลอร์ (ญี่ปุ่น)
ชอนบุค ฮุนได (เกาหลีใต้) 8-0 เพอร์ศรีปุระ (อินโดนีเซีย)

วันพุธที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2553

เมืองทองฯโล่งอก หลังเจ้าตอง พักเจ็บคางแค่10วัน

สโมสรเมืองทอง หนองจอก ยูไนเต็ด โล่งอก อาการเจ็บคางแตกของ "เจ้าตอง"กวิน นายทวารมือหนึ่งไม่หนักอย่างที่คิด พักแค่ 10 วันกลับมาลงเฝ้าเสาได้เหมือนเดิม บิ๊กเป้ ลุ้น หายทันเฝ้าเสานัดฟาดแข้งเอเอฟซี คัพ ...

ควันหลงจากเกมฟาดแข้งฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก 2010 นัดรีแมตช์ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน ก ซึ่งทีม “กิเลนผยอง” เมืองทองฯยูไนเต็ด ยำ้รอยแค้นถล่มเอาชนะ “สิงห์เจ้าท่า”การท่าเรือไทย เอฟซี กระจุย 4-1 ที่สนามศุภชลาสัย เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา แต่ก็ต้องสังเวยนายทวารมือหนึ่งของทีม “เจ้าตอง”กวิน ธรรมสัจจานันท์ ไปตั้งแต่ต้นเกม หลังโดนกองหน้าท่าเรือพุ่งเข้าชาร์จอย่างจังในจังหวะป้องกันประตูจนต้องหาม ส่งโรงพยาบาลด่วน

ล่าสุดทาง “บิ๊กเป้” รณฤทธิ์ ซื่อวงาจา ผู้จัดการทั่วไปของทีมเมืองทองฯ ได้ออกมาเผยถึงอาการล่าสุดของกวินว่า ไม่น่าเป็นห่วงแต่อย่างใด โดย “เจ้าตอง”มีอาการบาดเจ็บที่ศรีษะและคางแตก ซึ่งแพทย์ที่โรงพยาบาลพญาไท 2 ได้ตรวจอย่างละเอียดแล้วไม่ได้เป็นอะไรมาก ขอให้เจ้าตัวพักสัก 10 วันก็จะหายดีกลับมาลงสนามได้เหมือนเดิม โดยตนจะพยายามลุ้นให้เจ้าตัวหายให้ทันลงเฝ้าเสาให้กับทีมในเกมฟาดแข้งศึก เอเอฟซีคัพ ที่จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของ เซาท์ ไชน่า จากฮ่องกง วันที่ 20 เม.ย.นี้

วันอังคารที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ผงาด 'ฉลามชล' นำ ซิว 31 แต้ม ยึดแชมป์เลกแรกไปครอง

หลังจากที่โชว์ฟอร์มได้อย่างสุดยอดด้วยการคว้าชัยชนะ 3 นัดรวดในการออกสตาร์ตฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีกฤดูกาลใหม่ 2010 ทำให้ทีม “ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซี รองแชมป์เก่า ยึดบัลลังค์จ่าฝูงอยู่ในเวลานี้...

นายอรรณพ สิงห์โตทอง หรือ “เสี่ยณพ” ผู้จัดการทีมเผยว่า แม้เราจะเริ่มต้นฤดูกาลได้อย่างสวยงาม แต่ตนก็เน้นย้ำลูกทีมทุกคนว่าห้ามประมาทเด็ดขาด และต้องน้นเต็มที่กับทุกเกม เนื่องจาก 3 แมตช์ที่ผ่านมา เรายังเจอกับทีมที่ศักยภาพไม่แข็งแกร่งนัก ไม่ว่าจะเป็น ทหารบก พัทยา ยูไนเต็ด หรือ ทีทีเอ็ม เอฟซี พิจิตร โดยเฉพาะเกมล่าสุดกับทีม ทีทีเอ็มฯนั้นต้องยอมรับว่าแต่ละลูกที่เราได้ล้วนแต่เป็นความผิดพลาดของแนว รับเขาเองทั้งสิ้น

“เราจะประมาทไม่ได้เลย เพราะยังไม่ได้เจอของจริง อย่าง เมืองทองฯ ยูไนเต็ด บางกอกกล๊าส เอฟซี หรือ จะเป็นการท่าเรือไทย เอฟซี ซึ่งทีมเหล่านี้จะเป็นบทพิสูจน์ที่แท้จริงว่าเราดีจริงหรือเปล่า ซึ่งในเลกแรกทั้ง 15 แมตช์ตนต้องการจะเก็บให้ได้อย่างน้อยสัก 31 แต้ม เพื่อจะครองแชมป์ในเลกแรกให้ได้ ซึ่งจะเป็นการชิงความได้เปรียบคู่ต่อสู้ทีมอื่น” ผจก.ทีมคนเก่งของทีมฉลามชลกล่าว

ด้าน “เซอร์เด็จ” โค้ช จเด็จ มีลาภ กุนซือใหญ่ของทีม กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทีมชลบุรีฟอร์มกระฉูดอยู่ในเวลานี้ ก็คือการได้ตัว เทิดศักดิ์ ใจมั่น มิดฟิลด์เพลย์เมคเกอร์ตัวเก๋าเข้ามาเสริมทีมในช่วงปิดฤดูกาล ซึ่งตนคิดว่าเป็นซื้อตัวที่แสนจะคุ้มค่า เพราะประสบการณ์ของเทิดศักดิ์ช่วยทีมและรุ่นน้องๆได้มาก ทั้งในการฝึกซ้อม และลงแข่งขัน ซึ่งผลงาน 3 นัด 4 ประตูของเขาน่าจะเป็นการการันตีความยอดเยียมของเจ้าตัวได้

วันศุกร์ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2553

ทีโอทีขอพิสูจน์ ยอดฝีเท้า นัดเจอบุรีรัมย์

'วิหคเพลิง' ทีโอที แคท เอฟซี ฟอร์มยังหรูลงสนาม 3 นัดยังไม่แพ้ใครครองอันดับ 4 ของตาราง พร้อมพิสูจน์ฝีเท้านักเตะในเกมเยือนนอกบ้านเจอทีม'ปราสาทสายฟ้า' บุรีรัมย์ พีอีเอ ...

ความเคลื่อนไหวของทีม “วิหคเพลิง” ทีโอที แคท เอฟซี ในศึกฟุตบอลสปอนเซอร์ไทยพรีเมียร์ลีก 2010ที่ลงสนามไปแล้ว 3นัด ยังไม่แพ้ใคร นัดล่าสุดเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เปิดรังชั่วคราวยามาฮ่า สเตเดี้ยม เมืองทองธานี พิชิต บางกอกกล๊าส เอฟซี ไปได้ 2-0ทำให้มีสถิติชนะ 2นัด เสมอ 1นัด ได้ไป 7คะแนน อยู่ในอันดับที่ 4ของตาราง โดยที่นัดต่อไป วันเสาร์ที่ 17เม.ย.นี้ จะออกนอกบ้านอีกครั้ง ไปเยือนทีม “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ พีอีเอ ทีมอันดับ 7ที่สนามไอ โมบาย สเตเดี้ยม จ.บุรีรัมย์ เวลา 17.00น.

ล่าสุด พลพีร์ สุวรรณฉวี ประธานที่ปรึกษาสโมสรทีโอที แคท เอฟซี เปิดเผยว่า จากผลงาน 3นัดแรกเป็นเรื่องที่เกินความคาดหมายพอสมควร แต่ทั้งนี้ก็ต้องชื่นชมนักเตะทุกคน และ “โค้ชต้อม” ณรงค์ สุวรรณโชติ รวมถึงทีมผู้บริหารอย่าง พิมล ศรีวิกรม์ และปรีชา ต่อตระกูล ที่ทำหน้าที่กันได้อย่างสมบูรณ์แบบมาก ๆ โดยทีมยังมีภาระกิจที่สำคัญต่อในนัดที่ 4ที่จะออกไปเยือนบุรีรัมย์ พีอีเอ ในวันเสาร์นี้ ซึ่งถือว่าเป็นแมตช์ที่ต้องจับตา เราจะต้องพิสูจน์ตัวเองว่าสามารถที่จะยืนด้วยลำแข้งของตนเองได้ ซึ่งการที่ไม่มีนักเตะเก่า 8คน ที่ย้ายไปเล่นให้ปราสาทสายฟ้า ไม่ใช่เรื่องใหญ่แต่อย่างใด เวลานี้เรามีทรัพยากรนักเตะที่พร้อมอยู่แล้ว ผู้เล่นต่างชาติ และของไทยเราเอง ประสานงานกันได้ลงตัว ดังจะเห็นได้จากนัดล่าสุดที่เราชนะบางกอกกล๊าสมาได้ ทีมเวิร์คในทีมทำกันได้สวยงาม เชื่อว่าหากลูกทีมเล่นได้เหมือนนัดดังกล่าว เรามีแต้มกลับบ้านได้แน่

10 แมตช์สุดยอดในสังเวียน 'เวมบลีย์'

สังเวียนแข้ง "เวมบลีย์" ถือเป็นสนามฟุตบอลที่ทรงคุณค่าและศักดิ์สิทธิ์ เปี่ยมไปด้วยมนต์เสน่ห์ลูกหนังที่นักเตะทั่วโลกอยากมาสัมผัสสักครั้ง ซึ่งมีทั้งรอยยิ้มและคราบน้ำตารอคอยผู้มาเยือน และนี่คือ 10 แมตช์สุดยอดเกมฟุตบอลที่เคยเกิดขึ้นบนเรียวหญ้าอันเขียวขจีแห่งนี้...

10.วิมเบิลดัน 1 ลิเวอร์พูล 0 (นัดชิงเอฟเอ คัพ 1988)
ทีมม้ามืด วิมเบิลดัน ดับฝันดับเบิลแชมป์ของลิเวอร์พูล ด้วยประตูชัยของ "ลอว์รี ซานเชซ" และการป้องกันลูกจุดโทษของ "เดฟ บีแซนท์" ที่พุ่งปัดลูกยิงของ "จอห์น อัลดริดจ์" ได้ ทำให้เขากลายเป็นผู้รักษาประตูคนแรกที่ป้องกันจุดโทษได้ในนัดชิงชนะเลิศ

9.ลิเวอร์พูล 3 เอฟเวอร์ตัน 2 (นัดชิงเอฟเอ คัพ 1989)

ลิเวอร์พูลเข้าชิงปีที่ 2 ติดต่อกัน พบกับเอฟเวอร์ตัน เป็นศึกดาร์บี้ แมตช์ เมอร์ซีย์ไซด์ ที่สุดตื่นเต้น เพราะซัดกันถึง 5 ประตู หงส์แดงนำก่อนจาก "จอห์น อัลดริดจ์" แต่ "สจวร์ต แม็คคอลล์" ตีเสมอให้ทอฟฟีเมน แต่หงส์นำอีกจาก "เอียน รัช" ที่ลงมาเป็นตัวสำรอง จากนั้นแม็คคอลล์ทำประตูที่ 2 ของตัวเองตีเสมอให้เอฟเวอร์ตัน แต่ท้ายที่สุด รัชชียิงประตูชัยในช่วงต่อเวลาพิเศษ ให้ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ปลอบใจเดอะ ค็อป ที่สูญเสียญาติมิตรจากเหตุโศกนาฏกรรมฮิลส์โบโร

8.ลีดส์ 0 ซันเดอร์แลนด์ 1 (นัดชิงเอฟเอ คัพ 1973)

ซันเดอร์แลนด์ ทีมระดับดิวิชั่น 2 สร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ด้วยการเชือดพลพรรคยูงทอง ลีดส์ ยูไนเต็ด ทีมดิวิชั่น 1 ด้วยประตูชัยของ "เอียน พอร์ทเตอร์ฟิลด์" ในนาทีที่ 31

7.คริสตัล พาเลซ 3 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3 (นัดชิงเอฟเอ คัพ 1990)
เกมสุดมันที่ซัดกัน 6 ประตู จบลงด้วยการเสมอ 3-3 ใน 120 นาที ตอนนั้นไม่มีการยิงจุดโทษตัดสิน จึงต้องแข่งใหม่ และเป็น "มาร์ค ฮิวจ์ส" ที่ซัดประตุชัยให้ปีศาจแดงชนะ 1-0

6.อาร์เซนอล 3 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2 (นัดชิงเอฟเอ คัพ 1979)
ทีมปืนใหญ่นำห่าง 2-0 เหมือนจะใส ปีศาจแดงไม่ยอมแพ้ง่าย ยิงคืน 2 ลูกรวด ตีเสมอเฉย และน่าจะต้องต่อเวลา แต่ "อลัน ซันเดอร์แลนด์" เป็นฮีโรซัดประตูชัยให้อาร์เซนอลในนาทีที่ 89

5.แบล็คพูล 4 โบลตัน 3 (นัดชิงเอฟเอ คัพ 1953)

"สแตนลีย์ แม็ทธิวส์" นำแบล็คพูลคว้าแชมป์ ทั้งๆ ที่โดนโบลตันนำไปก่อน 3-1 ได้ 4 ประตูจาก "สแตน มอร์เทนเซน" 3 ประตู และอีก 1 ประตูจาก "บิล เพอร์รี"

4.แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 4 เบนฟิก้า 1 (นัดชิงยูโรเปียน คัพ 1968)

"แมตต์ บัสบี้", "บ็อบบี้ ชาร์ลตัน", "ยอร์จ เบสต์" และผองเพื่อน คว้าแชมป์ยุโรปได้เป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นการครบรอบ 10 ปีจากเหตุเครื่องบินตกที่เมืองมิวนิค

3.โคเวนทรี 3 สเปอร์ส 2 (นัดชิงเอฟเอ คัพ 1987)
โคเวนทรีเฉือนชนะสเปอร์สได้ในช่วงต่อเวลา จากการไล่ตามตลอด ก่อนที่ "แกรี แม็บบัตต์" จะทำเข้าประตูตัวเอง ช่วยให้เดอะ สกาย บลูส์ คว้าแชมป์แบบพลิกความคาดหมาย

2.สเปอร์ส 3 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2 (นัดชิงเอฟเอ คัพ 1981)
ประตูชัยของ "ริคกี้ วิลลา" ช่วยให้สเปอร์สคว้าแชมป์แบบหวุดหวิด ซึ่งในปี 2001 ประตูที่เขาทำได้ถูกเลือกให้เป็นการทำประตูแห่งศตวรรษในเวมบลีย์

1.อังกฤษ 4 เยอรมันตะวันตก 2 (นัดชิงฟุตบอลโลก1966)
สุดยอดแมตช์ที่เกิดขึ้นในเวมบลีย์ เพราะทีมชาติอังกฤษคว้าแชมป์โลกได้ในถิ่นตัวเอง โดยต้องเล่นกันถึงช่วงต่อเวลาเลยทีเดียว อินทรีเหล็กนำก่อน 1-0 จาก "เฮลมุท ฮัลเลอร์" นาทีที่ 12 แต่ "เจฟฟ์ เฮิร์สท์" ซัดตีเสมอ 1-1 นาทีที่ 18 ก่อนที่สิงโตคำรามจะพลิกนำ 2-1 นาทีที่ 78 จาก "มาร์ติน ปีเตอร์ส" ก่อนจบเกมนาทีเดียว เยอรมันตีเสมอ 2-2 จาก "โวล์ฟกัง เวเบอร์" นาทีที่ 101 เฮิร์สท์ซัดประตูที่ 2 ของตัวเอง และเขามาทำแฮตทริกได้ในนาทีที่ 120 ช่วยให้อังกฤษชนะ 4-2 คว้าแชมป์อย่างยิ่งใหญ่